วันจันทร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องผีๆๆๆ ขนหัวลุก

ผีบ้านทรงไทย

ผีบ้านทรงไทย



ญาติผู้ใหญ่ของผมคนหนึ่งมีชื่อว่าลุงชด ชอบเรียนวิชาอาคมและเป็นนักสะสมพระเครื่องตัวยง ส่วนเครื่องรางของขลังก็พอมีบ้างแต่ไม่มากนัก
ลุงชดนี่แหละที่ทำให้เรารู้ความจริงว่า ในโลกนี้ผีมีจริง !!!
สมัยที่ลุงชดยังเป็นหนุ่มๆ แกเป็นคนใจร้อน ใครมาท้าตีท้าต่อยเป็นไม่ได้ เลือดของนักสู้เป็นต้องเดือดพล่านขึ้นมาทันที ด้วยเหตุนี้เองทำให้ลุงชดต้องเรียนรู้เรื่องราวของวิชาอาคม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ชายอยู่แล้ว
…….หลังบ้านของลุงชดอยู่ติดกับวัดขวิด ซึ่งสมัยก่อนมีกิตติศัพท์ในเรื่องผีดุเป็นอันมาก ไม่มีใครกล้าเดินผ่านวัดในเวลากลางคืน แต่ลุงชดกลับเดินผ่านป่าช้าอย่างสบายใจ เหมือนว่าในป่าช้าเป็นห้างสรรพสินค้ายังไงยังงั้น
“ถามจริงๆ เถอะครับลุง ไม่เคยถูกผีหลอกบ้างเลยรึ”
“เราต้องแยกแยะให้ออก ผีหลอกกับผีมาปรากฏร่างมันคนละเรื่องกัน แต่คนทั่วไปมักเข้าใจผิด คิดว่าทุกครั้งที่เห็นผีมักจะทึกทักว่าถูกผีหลอกที่จริงแล้วไม่ใช่ เขาอาจจะมาปรากฏตัวให้เห็นเพราะต้องการจะบอกอะไรเราบางอย่าง บางครั้งผีมีความหิวโหย ไม่มีใครทำบุญอุทิศส่วนกุศลมาให้ แต่เราเป็นผู้ที่มีจิตใจเอื้ออารี ผีจึงมาขอส่วนบุญโดยการปรากฏร่างให้เห็น”
“ที่บอกว่าผีมาบอกอะไรเราบางอย่าง หมายความว่าอย่างไร?”
“ผีนั้นมีความสามารถพิเศษ คือเขาสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ในอนาคต รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับใครบางคน หากว่าเขามีความปรารถนาดี ไม่ต้องการให้คนผู้นั้นต้องได้รับเคราะห์กรรม เขาก็จะมาปรากฏร่างให้เห็น เพื่อเป็นการเตือนให้ระวังตัว คงจะเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ผีมาบอก”
“ลุงห้อยพระเครื่องบ้างหรือเปล่า”
“ไม่เคยห้อยพระเครื่อง คนที่ห้อยพระเครื่องแต่ทำตัวไม่ดี ห้อยพระก็เท่านั้นไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก”
“ได้ข่าวว่าลุงเคยถูกฟันแต่ไม่เข้า”
“ตอนนั้นไปมีเรื่องกับนักเลงวัดบ้านทวน มันเกเรชอบหาเรื่องชาวบ้าน เห็นพวกสาวๆ เป็นไม่ได้ ไม่เลือกว่าเป็นลูกเขาเมียใคร มันจีบดะไม่เลือกหน้า ลุงก็เลยท้าพวกมันดวล แต่มันเล่นทีเผลอตอนที่เรายังไม่ทันระวังตัว อีดาบยาวฟันเราเข้าที่กลางหลัง ตอนนั้นสะดุ้งคิดว่าเหวะแล้ว แต่พอรู้ว่าไม่เข้ากำลังใจมาเป็นกระบุง เลยไล่แทงพวกมันจนหนีกระเจิง”
“ไม่น่าเชื่อนะครับว่าเรื่องคงกระพันชาตรีมันจะมีจริง”
“ยังมีความลี้ลับในโลกนี้ที่เรายังไม่รู้อีกมากมาย แต่คนทั่วไปมักมองว่าสิ่งไหนพิสูจน์ไม่ได้ แสดงว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องเหลวไหล อย่าไปเชื่อ อย่างกับเรื่องผีเหมือนกัน คนชอบพูดกันนักว่าอย่าไปเชื่อ ในโลกนี้ไม่มีผีหรอก แต่ลุงเคยเจอจะจะมาแล้วจนนับไม่ถ้วน สนใจอยากจะฟังหรือเปล่าล่ะ”
……..ประสบการณ์ผีเรื่องแรกที่ลุงชดเล่าให้ฟังก็คือ “ผีที่บ้านทรงไทย” ซึ่งบ้านทรงไทยหลังดังกล่าว อยู่ที่อำเภอองค์รักษ์ จังหวัดนายก ปัจจุบันบ้านหลังกล่าวก็ยังอยู่ แต่ถูกดัดแปลงบางส่วนให้เป็นร้านอาหารไปแล้ว
“วันนั้นลุงไปหาเพื่อนที่จังหวัดนครนายก เพื่อนเก่าไม่ได้เจอกันมานาน มันก็กินติดลมไปหน่อย รถเที่ยวสุดท้ายก็เลยหมด เพื่อนก็เลยให้นอนค้างที่บ้าน ใจจริงของลุงไม่อยากนอนค้างที่บ้านของเพื่อนสักเท่าไหร่ มันมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เราหวาดระวัง คล้ายกับว่ามีคนมองเราอยู่ ไม่ว่าเราจะทำก็ตาม
ลุงกับเพื่อนนั่งกินเหล้ากันอีกพักก็แยกย้ายกันไปนอน ลุงนอนในห้องที่เพื่อนจัดเอาไว้ให้ เป็นห้องเล็กๆ ในห้องมีโกฐใส่กระดูกตั้งอยู่ ตอนนั้นใจไม่สู้ดี แต่จะบอกเพื่อนว่ากลัวก็ไม่ได้ เพราะเพื่อนรู้ว่าลุงเป็นคนไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว
พอกำลังเคลิ้มๆ จวนจะหลับ ก็ได้ยินคนพูดข้างหูบอกว่า ออกไปจากห้องของกู ออกไปจากห้องของกู ตอนแรกคิดว่าเราหูแว่วไปเอง พยายามไม่คิดอะไร คราวนี้ไม่ได้ยินเสียงแต่ถูกดึงขา ลุงก็ชักเท้ากลับสวดมนต์เป็นการใหญ่ มีเสียงเท้าคนเดินรอบๆ ห้อง ลุงตัดสินใจเป็นไรเป็นกันวะ เปิดมุ้งลุกขึ้นยืนทันที ในห้องมันมีแสงสว่างลางๆ ไม่ถึงกับมืดเสียทีเดียว ลุงจึงมองเห็นแบบลางๆ ว่ามีผู้หญิงแก่ๆ ยืนอยู่ที่มุมห้อง ตอนนั้นสติแทบแตกโวยวายลั่นห้องจนเพื่อนตกใจตื่น ลุงก็เลยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อนบอกว่าห้องนี้เป็นห้องยายของมันเอง ยายตายในห้องนี้ และที่นอนที่ลุงนอนก็เป็นของยายมัน
เพื่อนบอกว่าลืมจุดธูปบอกยายของมันว่าลุงจะเข้ามานอนในห้องนี้ ตอนนั้นมันก็จวนจะสว่างแล้ว ลุงก็เลยนั่งกินเหล้าต่อกับเพื่อน ไม่คิดจะกลับไปนอนในห้องนั้นอีกเลย นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของลุงที่ถูกผีหลอก จากนั้นลุงก็เริ่มศึกษาเรื่องราวของไสยศาสตร์ ศึกษาเรื่องจิตและวิญญาณ ยังมีสิ่งต่างๆ อีกเป็นจำนวนมากที่มีอยู่ในโลกนี้ แต่คนธรรมดาสัมผัสไม่ได้ จับต้องไม่ได้”
…….อีกประสบการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นกับลุงชดเป็นเรื่องของ “ผีสาวเฮี้ยน” ซึ่งเกิดที่จังหวัดลพบุรี
“ญาติคนหนึ่งของลุงไปเปิดร้านขายของที่จังหวัดลพบุรี วันเปิดร้านเขาก็ชวนพวกญาติๆ ไปทำบุญที่ร้าน ลุงก็ไปแต่ถึงลพบุรีก็ดึกมากแล้ว ตอนนั้นรู้สึกหิวก็เลยแวะทานข้าวต้ม ร้านข้าวต้มอยู่ติดกับสถานีรถไฟ ตอนที่กำลังนั่งกินข้าวต้มอยู่นั้น ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านมา การแต่งเนื้อแต่งตัวก็ดี หิ้วกระเป๋าเดินทางใบเล็กๆ มาใบนึง แต่ลุงก็ไม่ได้สนใจอะไร พอกินเสร็จก็ขึ้นรถ ผู้หญิงคนนั้นเดินมาหาลุง แล้วถามลุงว่าจะไปทางไหน ลุงบอกว่าไปทางลำนารายณ์ เขาก็บอกว่าไปทางเดียวกัน ขอติดรถไปด้วยคน ลุงเห็นเป็นผู้หญิงก็สงสารเลยให้นั่งรถไปด้วย
พอขับรถออกมาได้สักพัก มันก็เริ่มได้กลิ่นเหมือนมีอะไรเน่าๆ อยู่ในรถ กลิ่นมันเหม็นมาก ลุงถามผู้หญิงคนนั้นว่าได้กลิ่นอะไรหรือเปล่า เขาก็พยักหน้าบอกว่ากลิ่นศพคนตาย ลุงบอกว่าไม่ใช่หรอก มันเป็นกลิ่นหนูตายต่างหาก กลิ่นศพที่ไหนกัน พอลุงพูดจบผู้หญิงคนนั้นก็หัวเราะ มันเป็นเสียงหัวเราะที่เยือกเย็น ไม่ใช่เสียงคนอย่างแน่นอน พอลุงหันไปมองก็เห็นใบหน้าผู้หญิงคนนั้นเน่าเฟะ ดวงตาห้อยออกมานอกเบ้า น่ากลัวมาก ตอนนั้นลุงเหยียบเบรกรถทันที ความตั้งสิตแล้วสวดคาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ ร่างของผีผู้หญิงก็หายวับไป
พอไปถึงบ้านญาติลุงก็เล่าเหตุการณ์ที่เจอมาให้พวกเขาฟัง ทีแรกก็ไม่มีใครเชื่อคิดว่าลุงโกหก แต่บังเอิญมีญาติคนหนึ่งเป็นตำรวจถามลุงว่า ผู้หญิงที่ลุงพบใส่เสื้อสีแดงลายดำ ลุงกางเกงขาวใช่หรือเปล่า ลุงก็บอกว่าใช่ เขาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นชื่อว่า “เพ็ญ” เป็นคนจันทบุรี มาตามสามีที่จังหวัดลพบุรี แต่ถูกคนร้ายลวงไปข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งอย่างโหดเหี้ยม หลังจากนั้นปรากฏว่าผีของเพ็ญได้ออกอาละวาด เที่ยวหลอกหลอนชาวบ้านเป็นประจำ ตำรวจเองก็ยังถูกหลอกจนไม่กล้าออกตรวจพื้นที่
วันรุ่งขึ้นลุงก็เลยใส่บาตรอุทิศส่วนกุศลให้เพ็ญ คืนนั้นเพ็ญก็มาเข้าฝันลุง พร้อมกับขอบคุณที่ลุงทำบุญให้เธอ เธอบอกว่าจะไปผุดไปเกิดเสียที”



 


กรรมที่ทำกับแมว
เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วเป็นเรื่องที่เกิด ขึ้นกับครอบครัวหนึ่ง ซึ่งตาของเพื่อนเล่าให้เพื่อนฟังอายุ 10 ขวบเห็นจะได้ เล่าให้ฟังว่า ตาได้สร้างเวรสร้างกรรมไว้อย่างสาหัส

ตอนนั้นยายเรียกให้ทุกคนในบ้านออกมากินข้าว
โดยที่วางสำรับข้าวไว้ ขณะที่ตากำลังเดินออกมา ก็บังเอิญเห็นเจ้าแมวตัวหนึ่งกำลังคาบเอาปลาดุกย่างไป ตาจึงวิ่งไล่ตาม หวังให้มันปล่อยปลาดุกอย่างตัวนั้นออกจากปาก แต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น เจ้าแมวตัวนั้นกระโดดเข้ากองฟาง

ตาเห็นดังนั้นก็ย้อนเข้าบ้านสักครู่
ก็ออกมาพร้อมกับปืนลูกซองพร้อมกับไม้ขีดไฟ ยายพยายามห้ามตาว่าให้ปล่อยมันไป ตาก็ไม่ยอมฟัง แล้วตาก็เริ่มเผากองฟางกองนั้น เมื่อไฟโหมแรงขึ้น เจ้าแมวตัวนั้นก็กระโดดออกมาจากกองฟาง แต่ครั้งนี้ในปากของมันจากที่เป็นปลาดุกย่างตัวนั้น มันกลายเป็นลูกแมวที่ยังไม่ลืมตา เจ้าแมวตัวนั้นวิ่งออกมา

ส่วนทางตาที่เตรียมขึ้นไกปืนไว้รอท่าอยู่แล้ว
ก็ยิงสวนออกไป สิ้นเสียง เจ้าแมวตัวนั้นก็ลอยกระเด็นเข้ากองฟางไป ตาหัวเราะชอบใจในฝีมือของตัวเอง แต่ยายปล่อยน้ำตาไหลออกมา ก่อนที่จะลุกขึ้นไปดูมัน สภาพนางแมวสาวตัวนี้มีเต้านมถึงสี่เต้าแสดงว่ามันไม่ได้มีลูกแค่ตัวเดียว อย่างน้อยต้องมีสักสี่ตัว ซึ่งบัดนี้คงนอนตายอยู่กลางเพลิงไฟไปเรียบร้อยแล้ว

บุญเจ้าแมวน้อยที่แม่คาบออกมา
ยายจึงรีบจับมันมา หวังชุบเลี้ยงแทนแม่ของมัน เราไม่มีโอกาสรู้เลยว่า กรรมที่ตาสร้างไว้ครั้งนี้จะส่งย้อนกลับมายังตาในวันหนึ่ง ขณะที่ตาจูงควายจะไปเทียบเกวียน แต่ควายตัวนั้นมันดื้อ ตาจึงใช้ไม้ฟาดมันอย่างหนัก ตามนิสัยโมโหร้ายของตา ครั้งนี้เจ้าควายตัวนั้น ตัวที่ตามักจะระบายอารมณ์ใส่มันด้วยความเกลียดชังกลับโต้ตอบ มันแว้งขวิดเข้าที่สะโพก แล้วตาก็ยิงมันตายในที่สุด

แผลที่เกิดจากควายขวิดไม่คิดว่าจะส่งผลต่อมาให้ตา
แต่แรกก็รักษาด้วยยาสามัญประจำบ้านกันไปตามมีตามเกิด อีกทั้งไม่คิดว่า แผลที่ว่านั้นจะหนักหนา แต่แล้วมันกลับสาหัสมากขึ้น จนกระทั่งตาลุกเดินไปไม่ได้ ขาข้างหนึ่งของตาลีบเล็กลงไม่นานแผลนั้นก็เริ่มเน่าเฟอะส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว ตาเริ่มร้องด้วยความทรมานทุกวัน มีคนพูดว่าเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เหมือนเสียง “วัว” เสียง “ควาย” สร้างความทุกข์ทรมานให้ตาอยู่ทุกวัน และวาระสุดท้ายของตาก็มาถึง

วันนั้นพ่อแม่เพื่อนผมพากันออกไปดูหนังขายยาที่เข้ามาในหมู่บ้านของเรา
ปล่อยให้ตายายอยู่บ้าน ขณะที่กำลังดูหนังอยู่นั้นก็มีเสียงตะโกนว่า “ไฟไหม้” พอหันไปมองแสงสีเพลิงที่เด่นเป็นสง่ากลางความมืด ไฟที่รุกโชติช่วงอยู่นั้น เป็นบ้านของเพื่อนผม พ่อแม่วิ่งกลับไปทันทีพร้อมๆ กับเพื่อนพ่อแม่ต่างก็วิ่งไปช่วยกันเป็นการใหญ่

แต่ดูเหมือนจะสายไปแล้ว
พอถึงบ้านแม่ก็เห็นยายนั่งร้องไห้อยู่กับพื้นดิน ได้แต่ร้องเรียกตาที่อยู่ในกองเพลิง ไฟไหม้หมดไปทั้งหลัง สภาพศพของตานั้นดูไม่เหมือนคนเดิม เพราะสภาพบัดนี้ได้กลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว

ยายเล่าให้ฟังว่า
ขณะที่นอนอยู่กับตานั้น มีแมลงทับบินเข้ามาเล่นตะเกียงไฟ ลูกแมวกำลังซนจึงวิ่งเล่นไล่จับแมลงทับ แล้วไปโดนตะเกียงไฟล้มไปติดมุ้ง ไฟก็เริ่มติด ยายพยายามที่จะดึงตาออกมา แต่ยายดึงไม่ไหว ตาเป็นคนรูปร่างใหญ่ ยายไม่สามารถลากเอาตาออกมาได้ ทุกคนแม้กระทั้งยาย ยังพูดออกมาเหมือนกันว่า “ตา ตายเพราะใช้กรรมที่ทำไว้กับแมวแท้ ๆ

นี่แหละที่ว่า สร้างเวรสร้างกรรมอย่างไรไว้ ก็ต้องชดใช้กันไปเช่นนั้นเหมือนกัน อย่างที่ตาโดน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น